โลกกีฬา เมซุท โอซิล ตำนานเพลเมเกอร์หมายเลข 10 ที่โลกต้องจดจำ

โลกกีฬา

โลกกีฬา ตำนานราชาจอมแอสซิสต์ เมซุท โอซิล พ่อมดชาวเยอรมัน ดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก

โลกกีฬา บทความกีฬาที่น่าสนใจ ข่าวเกี่ยวกับกีฬาฟุตบอล จอมทัพสไตล์คลาสิคมากพรสวรรค์ ราชาแห่ง แอสซิสต์ เมซุท โอซิล (Mesut Özil) การคอนโทรลบอลอย่างนุ่มนวล การสัมผัสบอลแรกอย่างน่าอัศจรรย์ เล่นฟุตบอลด้วยความสวยงาม เล่นฟุตบอลด้วยความสร้างสรรค์ การจ่ายบอลได้อย่างเฉียบคม

ทั้งหมดนี้คือคำนิยามของตำแหน่งเพลเมเกอร์ หมายเลข 10 ของโลก ตำแหน่งนี้คือตำนานแห่งวงการฟุตบอล  เป็นจุดศูนย์รวมของทีม ทีมฟุตบอลต้องมีผู้เล่นตำแหน่งนี้ เพื่อบัญชาการเกมส์รุก ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยม โดยมีตำแหน่งยืนอยู่หลังกองหน้า พร้อมกับสร้างสรรค์เกมส์เพื่อจบสกอร์

ข่าวกีฬาฟุตบอล หากเอ่ยชื่อนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดตลอดกาล เจ้าของตำนานหมายเลข 10 คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พระเจ้า แห่งทีมชาติ อาร์เจนติน่า ดิเอโก้ มาราโดน่า

ผู้พาทัพฟ้าขาวอาร์เจนติน่าเถลิงแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ในปี 1986 พร้อมกับรับสมญานามในฟุตบอลโลกครั้งนี้ว่า Hand of God หรือ หัตถ์พระเจ้า จากการทำประตูใส่ทีมชาติ อังกฤษ

ข่าว รอบโลก กีฬา สำหรับตำนานเพลย์เมกเกอร์ผู้เล่นหมายเลข 10 ของประเทศอังกฤษ ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก เซอร์ บ๊อบบี้ ชาร์ลตัน ตำนานลูกหนังผู้ยิ่งใหญ่แห่งทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จอมทัพทีมชาติอังกฤษชุดแชมป์โลก ปี 1966 และนี่คือแบบฉบับของความคลาสสิคแห่งวงการฟุตบอล
กีฬามีอะไรบ้าง ถ้าเอ่ยถึงนักฟุตบอลจอมคลาสสิคของวงการในยุคหลัง ๆ ที่ผ่านมา ต้องมีชื่อบุคคลเหล่านี้อย่างแน่นอน เช่น มิเชล พลาตินี่ โรแบร์โต้ บาจโจ้ ซีเนดีน ซีดาน และ อาเลสซันโดร เดล ปีเอโร

ตำแหน่งหมายเลข 10 ของวงการฟุตบอลจึงมีความสำคัญมาก พวกเขาเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้พาทีมประสบความสำเร็จอย่างมากมายทั้งในระดับทีมชาติ และระดับสโมสร

โลกกีฬา ก้าวแรกของโอซิลในอาชีพนักฟุตบอลในศึกบุนเดสลีกา และการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010

ในปี 2005 โอซิลได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของสมโสร ชาลเก้ 04 ด้วยวัย 17 ปี โดยโค้ชทีมเยาวชนได้ค้นพบโอซิลขณะลงแข่งขันฟุตบอลระดับโรงเรียน ซึ่งโอซิลลงเล่นตำแหน่งกองกลาง และแสดงให้เห็นถึงทักษะทางฟุตบอลขั้นสูง อีกทั้งยังการจ่ายบอลในพื้นที่คับขันภายใต้ความกดดันได้ดีอีกด้วย

ต่อมาในปี 2006 โอซิลถูกดึงตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมร ซึ่งในเวลานั้นมีนักเตะคนเก่ง คนดัง มากมาย อย่าง มานูเอล นอยเออร์ ,อิวาน ราคิติช ,คลาส แยน ฮุนเตลาร์ และเควิน คูรานยี่

ตั้งแต่ในปี 2006 – 2008 โอซิลได้รับโอกาสลงสนามแข่งขันเพียง 30 เกมส์เท่านั้น โดยลงเล่นในตำแหน่งเพลเมเกอร์ พร้อมกับสวมหมายเลข 17 และส่วนใหญ่มักจะถูกส่งสนามในฐานะตัวสำรอง เนื่องจากผู้จัดการทีม เมียร์โก้ สลอมก้า ชื่นชอบสไตล์การเล่นของเพลเมเกอร์ชาว โครเอเชีย อีวาน ราคิติช

โอซิล และ เอเย่น จึงมองหาโอกาสในการลงสนามมากขึ้น พร้อมกับสัญญาของโอซิลใกล้ที่จะสิ้นสุดลง ภายหลังจากจบฤดูกาลแข่งขันปี 2008 และมีสโมสรอย่าง แวร์เดอร์เบรเมน ,ฮันโนเวอร์ 96 และสตุ๊ตการ์ต ให้ความสนใจในตัวโอซิล

โอซิลจึงตัดสินใจย้ายไปร่วมทีมนกนางนวล แวร์เดอร์เบรเมน ด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร พร้อมกับใส่เสื้อหมายเลข 11 ลงลุยศึก บุนเดสลีกา ฤดูกาล 2008 – 2009 พร้อมกับทำผลงานการลงสนามทั้งหมด 28 นัด ยิง 3 ประตู 15 แอสซิสต์

โอซิลสามารถช่วยพาทัพนกนางนาล เอาชนะทีมไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปด้วยสกอร์ 1 – 0 จากการยิงประตูของโอซิล ผ่านเข้าสู่รอบชนะเลิศในศึก ยูฟ่า คัพ โดยเข้าไปเจอกับทีมแห่ง ยูเครน ชัคตาร์ ดอแนตสก์ และโอซิลก็ต้องพบกับความผิดหวัง ทีมนกนางนวลแพ้ด้วยสกอร์ 2 – 1 ทำได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์เท่านั้น

ต่อมาในฤดูกาล 2009 – 2010 โอซิลกลายเป็นผู้ตัวรุกของทีมแวร์เดอร์ เบรเมน หลังจากที่ ดีเอโก้ ดาคุนย่า ย้ายไปร่วมทัพยูเวนตุส ในศึก เซเรียอา โอซิลพาทัพเบรเมนจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 3 ของลีก พร้อมกับทำผลงานการลงสนามทั้งหมด 31 นัด ยิง 10 ประตู 17 แอสซิสต์

ในปีเดียวกันนี้ โอซิลสามารถช่วยเบรเมเข้าไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วย เดเอ็ฟเบ-โพคาล โดยเจอกับทีมบาเยิร์น มิวนิค และโอซิลก็ต้องรับความผิดหวังอีกเช่นเคย ทีมของเขาพ่ายพ้ไปด้วยสกอร์ 0 – 4

โอซิลได้สร้างผลงานกับตำแหน่งเพลเมเกอร์ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้จัดการทีมชาติ เยอรมัน โยอาคิม เลิฟ เรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ เพื่อลุยศึกการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2010 ที่จัดขึ้นที่ทวีปแอฟริกาใต้

ในการแข่งขันฟุตบอลโลก โอซิลโชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่น ช่วยพาทัพอินทรีเหล็กคว้าตำแหน่งอันดับที่ 3 ในศึกฟุตบอลโลก ทำให้เจ้าตัวมีชื่อติดผู้เล่นท็อป 10 ในการเข้าชิงนักฟุตบอลยอดเยี่ยมฟีฟ่าบาลงดอร์ ในวัย 22 ปี

โลกกีฬา

เมซุท โอซิล เข้าร่วมทีมราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ลาลีกา สเปน

หลังจากจบการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ชื่อของโอซิลโด่งดังไปทั่วโลก ทำให้สโมสรฟุตบอลที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด ของ ลาลีกา สเปน ต้องการคว้าตัวโอซิลไปร่วมทัพ

โดยประธานสโมร ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ได้วางแผนโปรเจ็คสร้างทีมฟุตบอล กาลักติโกส รวมเหล่าบรรดาซุปเปอร์สตาร์ดังชื่อก้องโลกเข้ามาอยู่ในทีมเดียวกัน นำโดย คริสเตียโน โรนัลโด ,ริคาโด กาก้า ,คาริม เบนเซม่า ,อังเฆล ดิ มาเรีย ,ชาบี อาลอนโซ และ เมซุท โอซิล เพื่อให้สโมสรได้ครองความยิ่งใหญ่สืบต่อไป

โอซิลย้ายร่วมทัพเรอัลมาดริดด้วยค่า 15 ล้านยูโร โดยโอซิลสร้างผลงานลงสนามให้กับทีมเรอัล มาดริดไปทั้งหมด 95 นัด ยิง 14 ประตู 48 แอสซิสต์ ในยุคผู้จัดการทีม โชเซ่ มูรินโญ่ ในปี 2010 – 2012

โดยโอซิลเป็นกำลังหลักช่วยพาทัพราชันชุดขาวคว้าถ้วยแชมป์ โกปาเดลเรย์ ปี 2011 และคว้าแชมป์ลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2011 – 2012 โดยมูรินโญ่ ได้กล่าวยกย่องจอมทัพอินทรีเหล็กว่า โอซิลเป็นนักเตะที่มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร และเป็นผู้เล่นหมายเลข 10 ที่ดีที่สุดในโลก

ต่อมาในฤดูกาลแข่งขัน 2012 – 2013 เรอัล มาดริดได้แต่งตั้ง การ์โล อันเชล็อตติ เป็นผู้จัดกัดทีม และโอซิลก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอีกเช่นเคย ด้วยการลงสนาม 44 นัด ยิง 10 ประตู 20 แอสซิสต์ พร้อมกับช่วยทีมคว้าถ้วยแชมป์ สแปนิชซูเปอร์คัพ ปี 2013

ดูเหมือนความสำเร็จในการคว้าแชมป์ของเรอัล มาดริด ยังเป็นรองสโมสรคาแข่งอย่างทีมเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า เพราะทีมไม่สามารถคว้าถ้วยยูฟ่าแชมป์เปียนลีกมาครองได้สำเร็จ ทำให้ประธานสโมรต้องสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อต่อยอดความสำเร็จในอนาคตอันใกล้

เรอัล มาดริด ได้จัดการคว้าตัว แกเร็ท เบล ศูนย์หน้าฟอร์มร้อนแรงของทีมทอตนัมฮอตสเปอร์ และอิสโก้ ดาวรุ่งจอมปั้นเกมส์จากมาลากา ทำให้สโมสรต้องการรายได้เพื่อจ่ายค่าตัวนักเตะ โดยสโมสรจำเป็นต้องขายโอซิลออกไป รวมถึงสตาร์ดังคนอื่นๆ อย่างกอนซาโล่ อิกวาอิน โฆเซ่ กัลเยฆ่อน

โลกกีฬา

โลกกีฬา โอซิลตัดสินใจย้ายทีมร่วมทัพ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซน่อล

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล ในเวลานั้น ขาดผู้เล่นเพลเมเกอร์ตำแหน่งหมายเลข 10 หลังจากที่สโมสรปล่อยนักเตะคนสำคัญออกจากทีมเกือบจนหมด เช่น เชส ฟาเบรกาส ,โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ และซาเมียร์ นาสรี่ ทำให้เวนเกอร์ต้องการสร้างทีมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

โดยเวนแกอร์ได้จัดการคว้าสตาร์จอมทัพอินทรีเหล็กมาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 42.5 ล้านปอนด์ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ เพื่อสู้ศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2013 – 2014 ในช่วงที่ 2 ฤดูกาล พร้อมกับสวมเสื้อหมายเลข 11

โอซิลได้แผลงฤทธิ์ในเกมส์แรกในการออกไปทีมซันแดอร์แลนด์ ด้วยการทำ 1 แอสซิสต์ และในการสร้างสรรค์เกมส์รุก โอซิลยังโชว์การจ่ายบอลให้วอลคอตต์หลุดเดี่ยวไปยิงประตูถึง 2 ลูก แต่ไม่อาจส่งบอลเข้าไปในตาข่ายได้ ทำให้จบเกมส์อาร์เซน่อลเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3 – 1

ฤดูกาลแรกโอซิลช่วยพาทัพปืนใหญ่จบอันดับที่ 4 ของตาราง ส่งผลให้เข้าไปแข่งศึกยูฟ่าแชมป์เปียนลีก และช่วยทีมคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ มาครองได้สำเร็จ พร้อมกับโชว์ผลงานลงสนาม 31 นัด ยิง 6 ประตู 10 แอสซิสต์

จากนั้นโอซิลได้เข้าร่วมทีมชาติเยอรมัน เพื่อลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล และเป็นกำลังหลักช่วยพาทีมชาติเยอรมันความแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้สำเร็จ จากการลงสนาม 7 นัด ยิง 1 ประตู 1 แอสซิสต์

โอซิลลงแข่งขันให้กับสโมสรอาร์เซน่อลตั้งแต่ปี 2013 – 2021 เป็นระยะเวลา 8 ปี ที่พ่อมดลูกหนังชาวเยอรมันได้ร่ายเวทมนต์บนผืนหญ้าพรีเมียร์ลีกอังกฤษ พร้อมช่วยพาอาร์เซน่อลคว้าถ้วยแชมป์เอฟเอคัพมาครองถึง 4 สมัย ในปี 2014 ,2015 ,2017 และ 2020  

พร้อมด้วยสถิติการลงสนามทั้งหมด 184 ยิง 33 ประตู 58 แอสซิสต์ และเมื่อดูผลงานของเจ้าตัวมาทั้งหมด สามารถเรียกได้เลยว่าเป็นราชาแห่งแอสซิสต์อย่างแท้จริง และนี่คือสุดยอดตำนานเพลเมเกอร์หมายเลข 10 ที่ดีที่สุดในโลกที่ชื่อว่า เมซุท โอซิล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may have missed